วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2561

ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว

ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว


            สำหรับว่านเสน่ห์จันทร์ขาว เชื่อกันว่าหากปลูกไว้ในบ้าน จะช่วยเสริมเสน่ห์ให้ผู้ปลูกมีคนรักคนหลง เพื่อนบ้านรักใคร่ คนโสดจะได้คู่ครอง มีเมตตามหานิยม อีกทั้งยังให้โชคลาภและมีศิริมงคล หากมีกิจการร้านค้าปลูกไว้จะค้าขายร่ำรวย นิยมปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับ ให้ความสวยงาม และส่งกลิ่นหอม

ลักษณะของว่านเสน่ห์จันทร์ขาว
          ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว เป็นว่านที่มีหัวอยู่ใต้ดิน โดยมีลำต้นโผล่ขึ้นมาและมีกาบใบห่อหุ้มลำต้นไว้ ลักษณะคล้ายกับต้นบอน ลักษณะใบคล้ายใบโพธิ์ ปลายใบแหลมเรียว โคนใบเว้าเข้าหาก้าน ใบสีเขียวและมีเส้นกลางใบสีอ่อน มีดอกสีขาวอมเขียวออกดอกเป็นกลุ่ม ทุกส่วนของว่านเสน่ห์จันทร์ขาวมีกลิ่นหอมฟุ้ง

วิธีการปลูกว่านเสน่ห์จันทร์ขาว

  •   ใช้ปุ๋ยใบก้ามปู ผสมดินกับขี้วัวเล็กน้อย จากนั้นผสมน้ำหัวเชื้อจุลินทรีย์ (EM) แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 10 วัน
  •   ใช้กระถางขนาด 8 นิ้ว ในการปลูก โดยแยกหน่อที่แข็งแรงมาลงปลูก นำกระถางปลูกไปวางไว้บริเวณที่มีความชื้นสูง แต่ถ่ายเทได้ดี ไม่ควรโดนแดด

วิธีการดูแลรักษาว่านเเสน่ห์จันทร์ขาว
 ดิน : ชอบดินทราย หรือดินที่มีการระบายน้ำได้ดี
 ปุ๋ย : ใช้ปุ๋ยใบก้ามปู ขี้วัว และหัวเชื้อจุลินทรีย์ (EM)
 น้ำ : ชอบน้ำมาก แต่ไม่ชอบให้น้ำขัง ควรรดน้ำทุกวัน หากเป็นฤดูแล้งให้รดน้ำเช้า-เย็น แต่ต้องไม่ปล่อยให้น้ำขัง
 แสง : ไม่ชอบแสงแดดจัด จึงควรปลูกไว้ในที่มีแสงแดดรำไร

การขยายพันธุ์ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว
        ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว สามารถขยายพัยธุ์ได้โดยการแตกหน่อ สามารถแยกหน่อที่สมบูรณ์มาลงกระถางเพื่อขยายพันธุ์ได้

คาถาบูชาว่านเสน่ห์จันทร์ขาว

          เชื่อกันว่า ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว สามารถนำมาใช้แกะสลักเป็นพระพุทธรูป หรือนางกวัก เพื่อเสริมศิริมงคลได้ โดยระหว่างแกะสลักให้ท่องบริกรรมคาถา “นะโม พุทธายะ” ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเสร็จ จากนั้นใส่น้ำมันจันทน์ลงไป ระหว่างใส่ให้ท่องบริกรรมคาถาไปด้วย แล้วเอาขันน้ำมันไปตั้งไฟ ท่อง “อิติปิโสฯ” ให้ได้ 100 จบ สลับกับ “นะโม พุทธายะ” 100 จบจนกว่าน้ำมันจะเดือด ก่อนที่จะนำเอาว่านที่แกะสลักแล้วเวียนทางขวา 3 รอบ แล้วนำไปบูชาเพื่อเสริมเสน่ห์ให้คนรักคนหลง

ที่มา https://home.kapook.com/view54991.html

โหระพา

โหระพา


           พืชสมุนไพรที่ถือเป็นต้นไม้มงคล ในทางสากลเชื่อกันว่าจะนำพาความรัก ความโชคดี สุขภาพร่างกายแข็งแรง และความร่ำรวยมาให้คนในบ้าน

วิธีปลูกโหระพา                                                                             
โหระพาเป็นพืชล้มลุกอายุสั้น  ลำต้นเป็นทรงพุ่มสูงประมาณ 60 - 70 เซนติเมตร ใบเขียว ก้านใบและลำตัวมีสีม่วง ใบมีกลิ่นหอม ใบโหระพาเป็นผักที่ใช้ใบบริโภค  ใช้ปรุงแต่งอาหารให้มีรสชาติ และกลิ่นหอมน่ารับประทาน

การเพาะเมล็ดสำหรับทำกล้า
  1. ทำแปลงเพาะขนาดความกว้าง 1 เมตร ความยาวแล้วแต่แปลง
  2. ย่อยดินให้ละเอียด  คลุกเคล้าปุ๋ยคอก  ปุ๋ยหมัก
  3. หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง
  4. หลังเพาะประมาณ 7 - 10  วัน  เมล็ดเริ่มงอก
  5. ดูแลรักษาต้นกล้าประมาณ 25 - 30  วัน  ก็ย้ายต้นกล้าไปปลูกในแปลงได้
การเตรียมดินปลูกและการย้ายกล้าปลูก
  1. ใช้จอบขุดดินลึกประมาณ 15 - 20 ซม.  หรือ 1 หน้าจอบ
  2. ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงแปลงกว้าง 1 เมตร ความยาวแล้วแต่ขนาดแปลง
  3. ขุดหลุมปลูกขนาดลึก 1/2  หน้าจอบ
  4. ใช้ระยะห่างระหว่างต้น 30 ซม.  ระหว่างแถว 60 ซม.  
  5. นำต้นกล้าลงปลูกในหลุมแล้วรดน้ำตา
การดูแลรักษา
  1. การใส่ปุ๋ย  เมื่อต้นโหระพาอายุ  10 - 15 วัน
  2. ใช้ปุ๋ยยูเรียหรือแอมโมเนี่ยมซัลเฟต 1 - 2 ช้อนชา ต่อน้ำ 10 ลิตร  รดทุก 5 - 7 วัน
  3. เมื่อต้นโหระพาอายุ 25 - 30 วัน ใส่ปุ๋ย 15-15-15  อัตรา 1ช้อนชา  ต่อต้น  ให้ทุก 20 - 25 วัน  โดยโรยห่างโคนต้น  3 - 5 ซม.หรือจะใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์น้อยลงได้
  4. การให้น้ำ  ให้น้ำอย่างเพียงพอและสม่ำเสมอทุกวัน
  5. การกำจัดวัชพืช  ควรกำจัดวัชพืชทุกครั้งที่มีการให้ปุ๋ย และเมื่อมีวัชพืชรบกวน
การเก็บเกี่ยว
  1. หลังปลูกประมาณ 30 - 35 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ โดยใช้มือเด็ดหรือกรรไกร  ตัดกิ่งที่มียอดอ่อนไปบริโภค
  2. ถ้าต้นโหระพาออกดอกควรหมั่นตัดแต่งออกทิ้ง เพื่อให้โหระพามีทรงพุ่มที่แข็งแรงและมีอายุยืนยาว

วันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ดอกเหมย

ดอกเหมย


มีความหมายมงคลถึง ความชื่นบาน ความมีโชค ความยิ่งใหญ่ และอายุยืนยาวกับความอ่อนเยาว์ที่ยืนยง
...ถือเป็นหนึ่งในสามเกลอแห่งฤดูกาลอันหนาวเย็น คือ ไผ่ หลิว และเหมยหรือดอกบ๊วยนั่นเองค่ะ ✨

🔸 กวีจีนเปรียบความงามของดอกเหมยว่ามีกลีบดอกขาวประดุจหิมะ ก้านเขียวเหมือนสีหยก ได้รับสมญาว่า "ยอดแห่งความหอมของมวลดอกไม้"

โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่ดอกไม้ชนิดอื่นจะร่วงโรยและเหี่ยวเฉา มีเพียงดอกเหมยเท่านั้นที่คงความงามและความสดชื่นอยู่จนถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ

ดังนั้นดอกเหมยจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการมาของฤดูใบไม้ผลิด้วย รวมถึงเป็นสัญลักษณ์แห่งตรุษจีนและสัญลักษณ์แห่งความสุข

ลักษณะขอฃดอกเหมย
           ดอกเหมยเป็นดอกไม้ของจีนที่ค่อนข้างจะคุ้นหูคนไทยอีกชนิดหนึ่ง แต่เห็นจะมีน้อยคนเต็มทีที่จะเคยเห็นดอกเหมย คนจีนในเมืองไทยก็ไม่ค่อยจะได้เห็นดอกเหมยกันกี่คนนัก เพราะในเมืองไทยไม่มี แต่ถึงกระนั้นเราก็มักจะพูดถึงสาวจีนว่างามเหมือนดอกเหมย ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเหมยงามอย่างไร เรารู้แต่กิตติศัพท์ว่าดอกไม้ ที่เรียกว่าเหมยนั้นงามนัก

         ดอกเหมยมิใช่จะมีความงดงามอย่างเดียว หากมีคุณลักษณะอันสูงที่มักจะนำเอามาเป็นตัวอย่างแก่คนได้ด้วย ลักษณะของต้นเหมยเป็นอย่างไร เห็นจะต้องพึ่งคำอธิบายของ “เนียน” เพราะท่านผู้นี้เคยอยู่ในเมืองจีน จึงอธิบายได้ละเอียดดีมาก

        “ต้นบ๊วย (อ่านตามสำเนียงภาษาแต้จิ๋ว) หรือเหมย (อ่านตามสำเนียงภาษากลาง) เป็นต้นไม้ผล ขนาดไม่ใหญ่ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีใบเป็นรูปมนๆรีๆ ร่วงในฤดูใบไม้ร่วงและมีดอกแย้มบานในระหว่างปลายฤดูหนาวติดต่อกับต้นฤดูใบไม้ผลิ ขณะที่อากาศกำลังหนาวจัด และต้นไม้อื่นๆ ยังไม่ผลิดอกออกใบเลย ดอกเหมยชนิดนี้มีสีขาวแกมเขียวน้อยๆ เรียกว่า ชี้งเอ้อเหมย Plum flower ดอกเหมยที่มีสีชนิดนี้ จัดว่าเป็นดอกเหมยที่มีสีที่ถูกแบบคือเป็นสีที่นิยมกันโดยทั่วไป ยังมีต้นเหมยอีกชนิดหนึ่งที่มีดอกเป็นสีแดงชมพูเข้ม ดอกเหมยที่มีสีนี้งามสู้ดอกเหมยที่มีสีขาวดังกล่าวแล้วนั้นไม่ได้ จึงไม่จัดว่าเป็นดอกเหมยที่มีสีที่ถูกแบบ หรือสีที่นิยมกันสำหรับดอกเหมย ส่วนต้นเหมยชนิดที่มีดอกเป็นสีเหลืองประดุจสีขี้ผึ้ง หรือที่เรียกว่าหล้าเหมยนั้น ไม่จัดเข้าในจำพวกต้นเหมย เรียกว่า ต้น¬หนาน ถึงแม้คนโดยมากจะเข้าใจกันว่าเป็นต้นเหมยก็ดี เพราะฉะนั้น ดอกเหมยที่จะกล่าวถึงในที่นี้ จึงขอกล่าวถึงแต่ดอกเหมยชนิดที่มีสีขาว และแย้มบานในฤดูหนาว ต้นฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นดอกเหมยที่ได้รับรองกันในวงจินตกวีทั้งหลายว่าเป็นดอกเหมยที่เกิดจากพันธุ์แท้

            ลักษณะหรือรูปร่างของดอกเหมยเป็นดังนี้คือ ดอกหนึ่ง มีกลบมนๆ สีขาวโดยรอบ มีเกสรสีเหลืองอ่อนกระจายอยู่ตรงใจกลาง ดอกเหล่านี้ติดอยู่ประปรายตามกิ่งซึ่งปราศจากใบ ความบริสุทธิ์สดชื่นสวยงามที่มีอยู่ในรูปร่างลักษณะอันเรียบๆ แต่เป็นระเบียบนี้งามยิ่งนัก…อันกลิ่นหอมของดอกเหมยนี้ มีลักษณะค่อนข้างประหลาดพิสดารมาก กล่าวคือมีกลิ่นหอมรวยๆ รื่นๆ คล้ายกับเราได้กลิ่นดอกไม้ เมื่อเรายืนอยู่ทางปลายลม เราไม่รู้ว่ากลิ่นหอมนั้นแอบแฝงอยู่ที่ไหน แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็รู้ได้ว่ากลิ่นหอมนี้กำลังมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ถ้าเราลองเอาจมูกไปดมที่ดอกอย่างใกล้ชิด เพื่อจะสูดเอากลิ่นอันหอมหวนนั้นเข้าไปให้เต็มปอด หรือเพื่อที่จะชื่นใจเต็มที่ สิ่งที่เราสูดเข้าไปก็คืออากาศเราดีๆ นี่เอง ไม่มีกลิ่นหอมอะไรสักนิด แต่ทุกครั้งที่เราแง้มบานหน้าต่างหรือเปิดประตูออกไป เราจะรู้สึกได้ทันทีว่าดอกเหมยในสวน หรือในสนามเราได้กำลังบานแล้ว และขณะที่เรากำลังเดินอยู่ในกลางแจ้ง อากาศรอบๆ ตัวเราจะมีกลิ่นหอมหวนอวนอบ ไปด้วยกลิ่นหอมอันประหลาดพิสดารนี้ ทั้งๆ ที่เรายังไม่ทันจะได้มองเห็นต้นของดอกเหมยเลยแม้แต่ต้นเดียว พูดง่ายๆ ก็คือกลิ่นของดอกเหมยไม่ได้อยู่ที่ในตัวของดอกเหมย แต่อยู่ในอากาศรอบๆ ตัวของดอกเหมยนั่นเอง เพราะฉะนั้นดอกเหมยจึงเป็นดอกไม้ชนิดที่เราทุกคน เพียงแต่ได้ยืนชมดมกลิ่นอยู่ห่างๆ อันการจะอาจเอื้อมไปเด็ดมาดมเล่นนั้น นับว่าเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์ทีเดียวฯ

            อันกลิ่นหอมของดอกเหมยนั้นเล่าก็เป็นลักษณะ (character) อันหนึ่งของสุภาพชนเหมือนกัน คือสุภาพชนจะต้องเป็นผู้ที่มีธรรมจรรยาและความรู้อันสูงคล้ายดอกเหมยที่มีกลิ่นหอมอันพิสดารฉะนั้น ทั้งนี้เพื่อจะให้ผู้ที่อยู่ข้างเคียงได้แต่เพียงนิยมนับถืออยู่ห่างๆ มิอาจมาลวนลาม หรือกระทำให้เสื่อมเสียได้ ในปัจจุบันนี้ดอกเหมยเป็นดอกไม้ที่รัฐบาลและประชาชนชาวจีนยกย่องให้เป็นกว๋อฮว้า หรือดอกไม้ประจำชาติจีน”


วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ว่านมหาลาภ

ว่านมหาลาภ


         ว่านมหาลาภ หรือ เรียกในอีกชื่อหนึ่งว่า ว่านกวักนางพญาหงสาวดี เป็น มีคุณประโยชน์ด้านเมตตามหานิยม ปลูกเลี้ยงดีจะชักนำให้เกิดลาภผลทวีคูณหลายประการ ส่วนใหญ่มักปลูกคู่กับว่านมหาโชค และปลูกเป็นต้นไม้เสี่ยงทาย  คือ หากว่านเจริญงอกงามดี ออกดอกดกดี ผู้ปลูกมักจะได้ลาภจากการเสี่ยงโชคเสมอ ในทางกลับกันหากว่าต้นอับเฉาไม่ออกดอกเป็นลางบอกเหตุว่าจะอับโชค เสียทรัพย์ เชื่อกันถ้าบ้านหลังใดมีว่านมหาโชค ว่านมหาลาภ และว่านมหาบัว โบราญถือว่าเป็นมงคลอย่างยิ่งเพราะครบกลุ่มไตรภาคี คือ มีโชค มีลาภ มีศิริมงคลและความสุข การปลูกว่านมหาลาภถ้าจะให้ขลังควรปลูกในวันศุกร์ข้างขึ้นจะดีที่สุด เวลารดน้ำให้เสกน้ำรดด้วยคาถา “ มหาลาโภโหตุ ภะวันตุเม 3 จบเสียก่อนจึงรดน้ำ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
         ราก และลำต้น ลำต้นแท้ของว่านมหาลาภจะเป็นหัวที่อยู่ใต้ดิน ที่มาจากกาบใบที่แปรมาเป็นแผ่นกาบเรียงหุ้มซ้อนกันแน่นในหลายชั้น รูปทรงหัวมีลักษณะกลม และแบน มีชั้นนอกบางมากคล้ายกระดาษหุ้มไว้ ชั้นนอกนี้มีสีสีน้ำตาลที่ทำหน้าที่รักษาความชื้นไม่ให้น้ำระเหยไปจากหัว รวมถึงป้องกันอันตรายจากโรค และแมลงต่างๆ ส่วนรากมีระบบเป็นรากฝอยสีขาว มีรูปทรงกลม เรียวเล็ก อวบน้ำ ส่วนปลายแหลม และมีแขนง โดยรากแทงออกจากฐานหัว จำนวน 35-40 ราก/ต้น
         ใบ ใบว่านมหาลาภเป็นส่วนที่อยู่เหนือดินทำให้มองเห็นเป็นลำต้น หรือเรียกทางวิชาการว่า ลำต้นเทียม สูงประมาณ 35-40 ซม. ประกอบด้วยก้านใบที่แทงออกจากตายอดเหนือหัว แยกเป็นก้านใบเดี่ยวๆ ก้านใบมีลักษณะแบน ยาว 15-20 ซม. กว้าง 1-1.5 ซม. แผ่นใบที่มีรูปไข่ ยาวประมาณ 20-25 ซม. กว้างประมาณ 8-12 ซม. โคนใบแคบ ปลายใบแหลม กลางใบขยายกว้าง แผ่นใบเรียบ ขอบใบเรียบ และเป็นมัน มีเส้นกลางใบมองเห็นชัดเจน ใบอ่อนจะม้วนตัวลง จำนวนใบ 1-3 ใบ/ต้น
         ดอก ดอกว่านมหาลาภจะมีสีส้ม แทงออกเป็นช่อ ประกอบด้วยดอก 5-13 ดอก ดอกมีกลีบดอก 6 กลีบ ยาวประมาณ 1 ซม. มีโคนกลีบเชื่อมติดกันทำให้มองเป็นรูปกรวย ภายในดอกมีเกสรตัวผู้ 6 อัน เกสรตัวผู้มีสีเขียว และมีก้านชูเกสรสีเหลืองอ่อน ถัดมาเป็นเกสรตัวเมียที่มีรังไข่ด้านล่าง และส่วนบนเป็นก้านชูเกสร 1 อัน ยาว 5-7 ซม. โค้งงอขึ้นด้านบน


ประโยชน์ และฤทธิ์มงคลว่านมหาลาภ
          1. ว่านมหาลาภ จัดเป็นว่านมหานิยม นิยมปลูกเป็นว่านมงคลที่มีความเชื่อว่าจะนำโชคลาภ เงินทอง และความร่ำรวยมาแก่ผู้ปลูกหรือคนในครอบครัว มักปลูกในกระถางหรือในแปลงไว้หลังบ้าน และหน้าบ้าน โดยเฉพาะหากมีการค้าขายจะนิยมปลูกที่หน้าร้านค้า ช่วยให้มีคนเข้าร้านมากขึ้น และมักปลูกคู่กับว่านมหาโชค ซึ่งเป็นว่านที่จะช่วยส่งเสริมในด้านต่างๆคู่กัน แต่ในตำราว่านจะแนะนำว่า หากปลูกแล้วห้ามขี้เกียจทำงาน ไม่ใช่จะรอหวังโชคลาภที่อาจได้มาจากการปลูกว่าน
          2. ใบ และลำต้นว่านมหาลาภมีความโดดเด่น ใบสีเขียวสดสวยงาม รวมถึงดอกที่มีสีส้มแดง ออกดอกเป็นช่อสวยงาม จึงนิยมปลูกสำหรับเป็นไม้ประดับต้น และประดับดอก
         3. ว่านมหาลาภจัดเป็นว่านต่างถิ่นที่หายาก จึงนิยมปลูกไว้เป็นว่านสะสม

การปลูกว่านมหาลาภ
        การปลูกว่านมหาลาภสามารถปลูกได้ด้วยการเพาะเมล็ด และการแยกหัวปลูก รวมถึงการผ่าหัวเป็นซีกๆ แยกออกปลูกก็ทำได้เช่นกันคล้ายกับ ว่านสี่ทิศ ด้วยการผ่าหัวในแนวตั้งออกเป็นซีกๆ โดยให้แต่ละซีกผ่านฐานหัว และแต่ละซีกจะต้องมีรากติดมาด้วย ก่อนนำลงปักในดินบนกระถางชำ และรดน้ำ ดูแลต่อจนกว่าจะแตกหน่อขึ้นใหม่

ที่มาhttp://puechkaset.com/%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A0/
      http://saimherbal.blogspot.com/2012/02/blog-post_2924.html

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561

พรมกำมะหยี่

พรมกำมะหยี่
ต้นไม้ในร่ม ปลูกในบ้านได้


ต้นเงินไหลมา

ต้นเงินไหลมา

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

         คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นเงินไหลมาไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความร่ำรวย เพราะเงินไหลมาเป็นไม้มงคลนาม สามารถทำให้เงินทองไหลมาสู่บ้านและผู้อาศัย จึงทำให้เกิดความมั่งมี และยังมีความเชื่ออีกว่าต้นเงินไหลมายังช่วยสร้างความเป็นเสน่ห์แก่บ้านผู้อาศัย เพราะลักษณะใบของต้นเงินไหลมามีสีสรรค์ สวยงามสีกลางใบคล้ายเงิน

ชื่อวิทยาศาสตร์: Syngonium  podophyllum   Schott.
ชื่อวงศ์: ARACEAE
ชื่อสามัญ:  Tricolor Nepthytis
ถิ่นกำเนิด: เม๊กซิโกถึงบราซิล  และโบลิเวีย

ลักษณะวิสัย: ไม้เลื้อย
ลักษณะทั่วไป: ไม้เลื้อยอายุหลายปี   ต้นอวบน้ำ  เลื้อยพันรากพิเศษที่ออกตามข้อใบลำต้นสีเขียวอมเทา
          ใบ :    เป็นใบเดี่ยว  ใบอ่อนเป็นรูปหัวใจ  เมื่อมีอายุมากขึ้นจะเป็นรูปหัวลูกศร  โคนเป็นเงี่ยงหอก 
สีเขียวเป็นมัน ต่างสีขาวตามแนวเส้นใบ ก้านใบยาว
          ดอก : ออกดอกเป็นช่อ  คล้ายดอกหน้าวัว
          ผล :   ไม่พบว่าติดผลในบ้านเรา ขณะต้นยังเล็กจะมีลักษณะเป็นพุ่ม และจะดอกเลื้อยเมื่อ มีอายุมากขึ้น
          ซึ่งรูปร่าง ขนาด ลวดลาย และลักษณะของใบจะเปลี่ยนแปลงไปด้วย เช่นกัน ปัจจุบันมีพันธุ์ใหม่
สีและลายสวยงาม
          ส่วนที่เป็นพิเศษ: น้ำยางจากทุกส่วนของต้น  ถ้าสัมผัสจะทำให้เกิดผื่นคัน โดยการกิน  จะทำให้คันปาก  ปากและทางเดินอาหารอักเสบ
          ประโยชน์ :ใช้เป็นไม้ประดับสวยงาม
          การขยายพันธุ์: ปักชำ
          การกระจายพันธุ์ : การปลูกมี 2 วิธี คือ การปลูกในกระถาง และการปลูกในแปลงปลูก

ที่มา http://e-learning.shc.ac.th/shcbotanical/botanical-garden/57.htm

ต้นใบละบาท

ต้นใบละบาท

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ต้นใบละบาท

         คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นใบละบาทไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิดความร่ำรวยด้วยเงินตราเพราะถ้าหากผู้ใดปลูกต้นละบาท สามารถมีใบที่สวยงามและมีจำนวนใบมากขึ้นจะทำให้มีเงินเพิ่มมากขึ้นด้วยเนื่องจากการแตกใบ1ใบก็มีค่าเท่ากับ1บาทดังนั้นถ้า หากแตกใบหลายใบก็จะมีจำนวนเงินเพิ่มขึ้นหลายบาทตามไปด้วย นอกจากนี้ลักษณะใต้ใบก็ยังมีสีคล้ายกับเงินเคลือบอยู่ด้วย

          ลักษณะทั่วไปใบละบาทเป็นพรรณไม้ยืนต้นประเภทเถาเลื้อยลำต้นมีความยาวประมาณ1015เมตรชอบเลื้อยไปตามกิ่งไม้หรือต้นไม้ใหญ่เลื้อยไปได้ไกลแตกกิ่งก้านและใบคลุมแน่นทึบลำต้นสีเขียวมีขนอ่อนๆสีขาคลุมทั่วต้นลำต้นอวบน้ำใบเป็นใบเดี่ยวแตกออกสลับกันเป็น คู่จากข้อของลำต้นใบใหญ่ลักษณะรูปใบโพธิ์สีเขียวสดใต้ใบจะมีขนอ่อนสีขาวเคลือบอยู่ทั่วใต้ใบขนาดกว้างประมาณ812เซนติเมตร ยาวประมาณ 12-18 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อออกตามส่วนยอด ช่อหนึ่งจะมีดอกอยู่ประมาณ 3-5 ดอก ปลายดอกแยกออกเป็น 5 แฉก ดอกมีสีชมพู ตรงกลางดอกเป็นหลอดสีม่วงลักษณะดอกคล้ายดอกผักบุ้งการเป็นมงคลคนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นใบละบาทไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิดความร่ำรวยด้วยเงินตราเพราะถ้าหากผู้ใดปลูกต้นละบาท สามารถมีใบที่สวยงามและมีจำนวนใบมากขึ้นจะทำให้มีเงินเพิ่มมากขึ้นด้วยเนื่องจากการแตกใบ1ใบก็มีค่าเท่ากับ1บาทดังนั้นถ้า หากแตกใบหลายใบก็จะมีจำนวนเงินเพิ่มขึ้นหลายบาทตามไปด้วย นอกจากนี้ลักษณะใต้ใบก็ยังมีสีคล้ายกับเงินเคลือบอยู่ด้วย ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูกเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นใบละบาท ไว้ทางทิศตะวันตก ผู้ปลูกควรปลูกในวันอังคารเพราะ โบราณเชื่อว่า การปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทั่วไปทางใบ ให้ปลูกในวันอังคารการปลูก นิยมปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวนในละบาทเป็นพรรณไม้เลื้อยดังนั้นจึงควรทำร้านหรือซุ้มเพื่อให้ลำต้นเลื้อยขึ้นไปขนาดหลุมปลูก30x30x30เซนติเมตรใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักดินร่วนอัตรา1:2ผสมดินปลูกคนไทยโบราณมักปลูกไว้ริมรั้วบ้าน เพราะสะดวกต่อการเกาะเลื้อย และแผ่ขยายลำต้นไปได้ไกล
การดูแลรักษา
แสง                         ต้องการแสงแดดจัด หรือกลางแจ้ง

น้ำ                             ต้องการปริมาณน้ำปานกลาง ควรให้น้ำ 5-7 วัน/ครั้ง

ดิน                            ดินร่วนซุย ดินผสมอินทรีย์ ความชื้นปานกลาง

ปุ๋ย                            ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/ต้น ใส่ปีละ 4-5 ครั้ง

การขยายพันธ์          การปักชำ การตอน วิธีที่นิยมและได้ผลดี   การตอน

โรค                          ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคเพราะเป็นไม้ที่ทนทานต่อการเกิดโรคพอสมควร

แมลง                        เพลี้ยต่าง ๆ (Aphis)

อาการ                        กัดแทะใบ ทำให้ใบเหลือง ชะงักการเจริญเติบโต

การป้องกัน                รักษาความสะอาดบริเวณแปลงปลูก

การกำจัด                   ใช้ยาคาราเทน อัตราและคำแนะนำระบุไว้ในฉลาก

ที่มาhttp://www.maipradabonline.com/maileay/bilabath.htm

ต้นใบเงิน

ต้นใบเงิน คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นใบเงินไว้ประจำบ้านจะทำให้มีเงินมีทองเพราะเป็นไม้มงคลนามนอกจากนี้คนไทยโบราณได้นำ ใบเงินใบทองม...